โรเบิร์ตสัน ทำเสียโทษ ลิเวอร์พูล พลาดพ่าย นาโปลี 0-2

โรเบิร์ตสัน ทำเสียโทษ ลิเวอร์พูล พลาดพ่าย นาโปลี 0-2

โรเบิร์ตสัน พลาดท่าทำ หงส์ เสียจุดโทษช่วงท้ายเกม กับอีกหนึ่งความผิดพลาดของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ ในช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน สุดท้าย ลิเวอร์พูล พ่าย นาโปลี 0-2 เปิดหัว แชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรก

โรเบิร์ตสัน ทำเสียโทษ ลิเวอร์พูล พ่าย นาโปลี 0-2

   ศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี นาโปลี เปิดบ้านรับการมาเยือนจากแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ที่สนาม ซาน เปาโล ในวันอังคารที่ 17 กันยายน 2562

   ออกสตาร์ทได้ 7 นาที นาโปลีส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายลิเวอร์พูลได้แล้ว จากบอลทางซ้ายอินซิเญ่ไหลไปให้รุยซ์จัดการซัดไกลเลย บอลพุ่งไปติดเซฟอาเดรียนกระดอนออกมาแล้วได้ยิงอีกครั้งบอลก็ยังไปติดอาเดรียนอีก สุดท้ายเป็นโลซาโน่ที่ตามมาซ้ำเข้าไปแต่โดนจับล้ำหน้าไปก่อนอดได้ประตู

   นาทีที่ 22 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นบ้าง เมื่อแนวรับ นาโปลี ทำพลาดแล้วเป็น ซาลาห์ เบียดชนะ คูลิบาลี่ แล้วยิงไปติดบล็อค มาโนลาส บอลกระดอนมาเข้าทาง มาเน่ ไหลต่อให้ มิลเนอร์ ซัดข้ามคานออกไป

   ครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกัน 0-0

   ครึ่งหลังทั้งสองทีมพยายามบุกเพื่อที่เอาประตูขึ้นนำให้ได้ และก็พอมีจังหวะให้ได้ลุ้นทั้งคู่ แต่ยังไม่มีประตูเกิดขึ้น จนกระทั่งเข้า 10 นาทีสุดท้าย

   นาทีที่ 80 นาโปลี ก็มาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจุดโทษที่ กาเญฆ่อง กระชากบอลหนี โรเบิร์ตสัน ก่อนทิ้งตัวล้มลงไปกรรมการเป่าฟาวล์ แต่ดูจากภาพช้าแล้วดูเหมือนว่าดาวเตะสแปนิชทิ้งตัวล้มลงไปเอง และเป็น เมอร์เท่นส์ รับหน้าที่สังหารเข้าไป

   เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขันนาโปลีก็มาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตู จากความผิดพลาดของฟาน ไดจ์ที่จ่ายคืนหลังให้โรเบิร์ตสัน แต่บอลมาเข้าทางญอเรนเต้วิ่งมาซัดงสวนอาเดรียนเข้าไป 2-0

   จบเกม ลิเวอร์พูล พ่าย นาโปลี 0-2

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

   นาโปลี : อเล็กซ์ เมเร็ต, คาลิดู คูลิบาลี่, คอสตาส มาโนลาส, มาริโอ รุย, โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, ฟาเบียน รุยซ์, อัลลัน (เอลยิฟ เอลมาส น.75), ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ (ปิโอเตร เซียลินสกี้ น.66), โฆเซ่ กาเญฆ่อน, ดรีส์ เมอร์เท่นส์, เออร์วิ่ง โลซาโน่ (เฟร์นานโด ญอเรนเต้ น.69)

   ลิเวอร์พูล : อาเดรียน, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์, โฌเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่, เจมส์ มิลเนอร์ (จอร์จินิโอ้ ไวจ์นาลดุม น.66), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เซอร์ดาน ชากิรี่ น.86), โรแบร์โต้ ฟิร์เมียโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์